วิธีเลือกโครงสร้างกันสาดให้แข็งแรงและปลอดภัยในระยะยาว

กันสาด คือส่วนสำคัญที่ช่วยปกป้องพื้นที่บ้านจากแดด ฝน ลม และสิ่งสกปรกต่างๆ แต่ความแข็งแรงและความปลอดภัยของกันสาดไม่ได้ขึ้นอยู่ที่แค่ตัวแผ่นหลังคาเท่านั้น โครงสร้างคือหัวใจสำคัญที่สุดในการทำให้กันสาดรองรับน้ำหนัก ลม และฝนได้อย่างเหมาะสม บทความนี้จะอธิบายวิธีเลือกโครงสร้างกันสาดแบบละเอียด พร้อมหลักการประเมินหน้างานอย่างถูกต้อง เพื่อให้เจ้าของบ้านตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและมั่นใจในงานติดตั้ง



วิธีเลือกโครงสร้างกันสาดให้แข็งแรงและปลอดภัยในระยะยาว

ความสำคัญของโครงสร้างกันสาดที่แข็งแรงและเลือกให้เหมาะกับบ้าน

กันสาดที่มีโครงสร้างดีจะช่วยรองรับน้ำหนักแผ่นหลังคา ลดการสั่นหรือโก่งตัว และช่วยลดความเสี่ยงอันตรายจากลมแรงหรือฝนตกหนัก โครงสร้างที่ดีต้องคำนวนความชัน ความยาวของแขนยื่น ระยะเสา ระยะค้ำยัน และน้ำหนักที่โครงสร้างต้องรับ เพื่อให้ใช้งานได้ในระยะยาวโดยไม่ต้องซ่อมบ่อย

ประเภทโครงสร้างกันสาดที่นิยมและข้อดีของแต่ละแบบ

โครงเหล็กกล่อง

โครงเหล็กเป็นวัสดุที่นิยมที่สุด แข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี และสามารถออกแบบรูปทรงได้หลากหลาย เหมาะกับกันสาดทุกขนาดตั้งแต่หน้าบ้าน ระเบียงหลังบ้าน ไปจนถึงพื้นที่จอดรถ

โครงอลูมิเนียม

น้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดีไซน์ทันสมัย ดูเรียบร้อยและสบายตา อายุการใช้งานยาวนาน เหมาะกับกันสาดขนาดกลางถึงใหญ่

โครงสแตนเลส

ดูสวยเงางาม ดูแลรักษาง่าย ไม่ลอก ไม่เป็นสนิม เหมาะกับบ้านที่ต้องการดีไซน์เรียบหรู แต่ต้องเลือกเกรดให้เหมาะกับงาน ไม่บางจนเกินไป

โครงผสมแบบเหล็ก + อลูมิเนียม

ให้ความแข็งแรงและสไตล์ไปพร้อมกัน เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยและดีไซน์ในเวลาเดียวกัน

หลักการเลือกโครงสร้างกันสาดให้แข็งแรงและปลอดภัย

เลือกความหนาและขนาดของโครงให้เหมาะกับระยะยื่น

ระยะยื่นของกันสาดยิ่งมาก โครงยิ่งต้องใหญ่และหนามากขึ้น เช่น ระยะยื่น 2 เมตรอาจใช้เหล็กกล่อง 1.5 นิ้ว แต่หากยื่น 3–4 เมตรต้องเพิ่มขนาดเป็น 2–3 นิ้วขึ้นไปตามลำดับ

ใช้ค้ำยันหรือแขนพับเพื่อรับแรงลม

การค้ำยันช่วยลดแรงสั่นจากลม กรณีติดตั้งกันสาดด้านนอกอาคารที่รับลมแรงควรมีค้ำยันเสริมเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

ตรวจระดับความชันหลังคาให้เหมาะสม

ความชันที่ดีช่วยให้น้ำฝนไหลออกได้เร็ว ลดปัญหาน้ำขังและเสียงดังเวลาฝนตก ความชันที่แนะนำอยู่ในช่วง 5–15 องศาขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุหลังคา

เลือกวัสดุหลังคาที่เข้ากับโครงสร้างที่เลือก

เมทัลชีท โพลีคาร์บอเนต อะคริลิก หรือผ้าใบแต่ละชนิดมีน้ำหนักไม่เท่ากัน หากเลือกโครงที่บางเกินไปอาจทำให้โครงสร้างโก่งและเสียรูปได้

องค์ประกอบที่ต้องเช็กก่อนติดตั้งกันสาดทุกครั้ง

สภาพผนังและจุดยึดโครง

การยึดโครงต้องดูความแข็งแรงของผนัง ไม่ว่าจะเป็นปูน อิฐมอญ หรือผนังเบา ถ้าโครงขนาดใหญ่ควรเสริมฐานให้แน่น

ระดับพื้นและระบบระบายน้ำ

กันสาดควรช่วยนำทางน้ำฝนออกนอกพื้นที่ ไม่ควรปล่อยให้น้ำไหลย้อนเข้าบ้าน ช่างต้องประเมินรางน้ำ ปลายสโลป และจุดไหลลงของน้ำให้เหมาะกับพื้นที่จริง

ทิศทางลมและแดด

บริเวณที่ลมแรงหรือแดดจัดต้องเลือกโครงสร้างที่รับแรงลมได้ดี อาจต้องใช้เสาเพิ่มหรือโครงที่แข็งแรงกว่าบ้านทั่วไป

ความแตกต่างของงานกันสาดแบบเจาะผนังและแบบตั้งเสา

แบบติดผนัง

เหมาะสำหรับกันสาดขนาดไม่ใหญ่มาก ประหยัดพื้นที่ ไม่ต้องทำเสาค้ำ ใช้พื้นที่หน้าบ้านได้เต็มที่ แต่ต้องประเมินความแข็งแรงของผนังก่อน

แบบตั้งเสา

เหมาะสำหรับกันสาดขนาดใหญ่ เช่น โรงรถ หรือพื้นที่ครัวหลังบ้าน ช่วยรับน้ำหนักได้ดี ลดภาระของผนัง และทำให้โครงสร้างมั่นคงกว่า

ปัญหาที่มักเกิดขึ้นหากเลือกโครงสร้างกันสาดไม่ถูกต้อง

โครงสั่นหรือโก่งตัว

เกิดจากเลือกเหล็กบางเกินไปหรือระยะยื่นยาวเกินความสามารถของโครง

กันสาดรับลมไม่ได้ ลมยกปลาย

หากไม่มีค้ำยันหรือเสาเพิ่ม มักเกิดกับพื้นที่รับลมแรง เช่น บ้านริมคลอง หรือพื้นที่โล่ง

น้ำไหลย้อนหรือรั่วตามรอยต่อ

เกิดจากระดับความชันน้อยเกินไปและการติดตั้งแผ่นเชื่อมต่อไม่ถูกต้อง

โครงเป็นสนิมเร็ว

เกิดจากไม่ลงกันสนิม หรือใช้วัสดุที่ไม่เหมาะกับพื้นที่ริมทะเลหรือที่ชื้นมาก

วิธีดูงานกันสาดที่ติดตั้งดีจากช่างมืออาชีพ

ข้อต่อเรียบร้อย ไม่มีรอยเชื่อมเป็นก้อน

รอยเชื่อมที่ดีต้องสมูท แข็งแรง และผ่านการเก็บงานเรียบร้อย

โครงไม่บิดหรือเอียง

สามารถสังเกตด้วยสายตาได้ง่าย หากโครงเอียงเพียงเล็กน้อยจะส่งผลต่อรางน้ำและการไหลของฝน

แผ่นหลังคาแนบสนิทและเก็บซิลิโคนเรียบ

รอยต่อต้องเสมอกันเพื่อป้องกันน้ำซึมเข้า

มีการทาสีรองพื้นกันสนิม

ช่วยยืดอายุการใช้งานและลดโอกาสการผุกร่อนของโครง

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับกันสาด

Q: โครงกันสาดแบบไหนแข็งแรงที่สุด

A: โครงเหล็กกล่องถือว่าแข็งแรงที่สุด แต่ต้องเลือกความหนาให้เหมาะสมกับขนาดงาน


Q: ถ้าบ้านโดนลมแรงตลอดควรเลือกกันสาดแบบไหน

A: ควรเลือกโครงเหล็กขนาดใหญ่ มีค้ำยันหรือเสาตั้งรับแรงลมเพิ่มเติม


Q: เมทัลชีทกับโพลีคาร์บอเนต แบบไหนดีกว่ากัน

A: ขึ้นอยู่กับการใช้งาน เมทัลชีทกันฝนดีและทึบแสง ส่วนโพลีคาร์บอเนตให้แสงธรรมชาติแต่ต้องเลือกแบบลดความร้อน


Q: ควรติดตั้งกันสาดลึกเท่าไหร่

A: โดยทั่วไปควรลึก 1.5–2.5 เมตร หรือมากกว่านั้นหากพื้นที่เจอฝนสาดแรง


Q: โครงกันสาดเป็นสนิมต้องเปลี่ยนเลยไหม

A: ไม่จำเป็นเสมอไป หากเป็นเพียงผิวเผินสามารถขัดและทาสีรองพื้นใหม่ได้


Q: ใช้เวลาติดตั้งกันสาดนานแค่ไหน

A: กันสาดทั่วไปใช้เวลา 1–2 วัน ส่วนงานขนาดใหญ่หรือแบบมีเสาจะใช้เวลานานขึ้น


 

โครงสร้างกันสาดเป็นส่วนที่ช่วยให้กันสาดทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งกันแดด กันฝน รับแรงลม และคงรูปสวยในระยะยาว การเลือกโครงสร้างที่เหมาะสมตั้งแต่แรกจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นโครงเหล็ก อลูมิเนียม หรือสแตนเลส ทั้งหมดต้องออกแบบให้เข้ากับพื้นที่จริงของบ้านคุณ

หากต้องการให้ช่างช่วยประเมินพื้นที่ เลือกวัสดุ และออกแบบโครงกันสาดให้เหมาะที่สุด ทีมงานจาก บริษัท พลังบ้านช่าง 999 จำกัด ยินดีให้คำแนะนำทุกขั้นตอน เพื่อให้การติดตั้งกันสาดของคุณได้ผลดี ใช้งานสะดวก และปลอดภัยในทุกวัน